Header

ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง เกี่ยวข้องกับ “โรคหัวใจ” อย่างไร?

26 มีนาคม 2569

ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง เกี่ยวข้องกับ “โรคหัวใจ” อย่างไร?

      ในปัจจุบัน “โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” (NCDs) เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และภาวะไขมันในเลือดสูง กลายเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญที่พบได้มากขึ้นในทุกช่วงวัย ไม่เฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังพบในวัยทำงานและวัยรุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การบริโภคอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง การขาดการออกกำลังกาย ความเครียด และการพักผ่อนไม่เพียงพอ แม้หลายคนอาจมองว่าโรคเหล่านี้ “ควบคุมได้” และ “ไม่อันตราย” แต่ในความเป็นจริง หากปล่อยให้เป็นเรื้อรังโดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม โรคเหล่านี้จะกลายเป็น ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย

ความสัมพันธ์ระหว่าง “3 โรคเรื้อรัง” กับโรคหัวใจ

     โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง มักถูกเรียกว่า “3 ตัวร้ายเงียบ” เนื่องจากในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการชัดเจน แต่จะค่อย ๆ ทำลายหลอดเลือดและหัวใจอย่างต่อเนื่อง เมื่อเกิดร่วมกัน จะเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจแบบทวีคูณ เช่น

  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
  • หัวใจล้มเหลว
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ

โรคเบาหวานกับโรคหัวใจ

     กลไกที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ ผู้ป่วยเบาหวานมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลต่อหลอดเลือดโดยตรง ได้แก่

  • ทำให้ผนังหลอดเลือดเสื่อมสภาพเร็ว

  • เกิดการอักเสบในหลอดเลือด

  • เพิ่มการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือด

    *ผลที่ตามมา คือ หลอดเลือดตีบและแข็งตัว (Atherosclerosis) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจ

ความเสี่ยงที่สำคัญ

  • ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคหัวใจมากกว่าคนทั่วไป 2–4 เท่า
  • การเสียชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่มาจากโรคหัวใจและหลอดเลือด

ภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้อง

  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
  • หัวใจล้มเหลว

ความดันโลหิตสูงกับโรคหัวใจ

     กลไกที่ทำให้หัวใจทำงานหนัก เมื่อความดันโลหิตสูง หัวใจต้องบีบตัวแรงขึ้นเพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ส่งผลให้

  • ผนังหัวใจหนาตัว (Left Ventricular Hypertrophy)

  • หัวใจทำงานหนักเกินไป

  • เสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว

ผลกระทบต่อหลอดเลือด

  • หลอดเลือดแข็งตัว
  • เสี่ยงต่อหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • เพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือด

ภาวะแทรกซ้อนสำคัญ

  • หัวใจโต
  • หัวใจล้มเหลว
  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

ไขมันในเลือดสูงกับโรคหัวใจ 

  • LDL (ไขมันไม่ดี) → ทำให้หลอดเลือดตีบ
  • HDL (ไขมันดี) → ช่วยลดความเสี่ยง

ความดันโลหิตสูงกับโรคหัวใจ

     กลไกที่ทำให้หัวใจทำงานหนัก เมื่อความดันโลหิตสูง หัวใจต้องบีบตัวแรงขึ้นเพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ส่งผลให้

  • ผนังหัวใจหนาตัว (Left Ventricular Hypertrophy)

  • หัวใจทำงานหนักเกินไป

  • เสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว

กลไกการเกิดโรค

  • คราบไขมัน (Plaque)
  • การตีบแคบของหลอดเลือด
  • การอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

  • กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

  • หัวใจวายเฉียบพลัน
    •    อัมพฤกษ์ อัมพาต

เมื่อ “3 โรค” เกิดร่วมกัน ความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มขึ้น

     ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ทั้ง 3 ชนิด อาทิ เช่น

  • เบาหวาน
  • ความดันโลหิตสูง
  • wขมันในเลือดสูง
  • หลอดเลือดถูกทำลายจากหลายปัจจัยพร้อมกันการไหลเวียนเลือดผิดปกติ
  • หัวใจทำงานหนักต่อเนื่อง

    *จะมีความเสี่ยงโรคหัวใจสูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า เนื่องจาก

แนวทางป้องกันโรคหัวใจจาก 3 ปัจจัยเสี่ยง

1. ควบคุมอาหาร

  • ลดหวาน มัน เค็ม
  • หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป
  • เพิ่มผัก ผลไม้ และธัญพืช

2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

  • อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน

3. ควบคุมน้ำหนัก 

  • ลดความเสี่ยงทั้งเบาหวานและความดัน

4. งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์

  •  ลดการทำลายหลอดเลือด

5. ตรวจสุขภาพประจำปี

  • ตรวจน้ำตาล
  • ตรวจไขมัน
  • วัดความดันโลหิต
  • การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ

การตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจ

  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)

  • อัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram)

  • การทดสอบสมรรถภาพหัวใจ (Exercise Stress Test)

  • CT Scan หลอดเลือดหัวใจ

แนวทางการรักษาโรคหัวใจในปัจจุบัน

  • การใช้ยา
  • การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน
  • การใส่ขดลวด (Stent)
  • การผ่าตัดบายพาสหัวใจ

 

 
 

โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง ไม่ใช่เพียงโรคทั่วไปที่สามารถละเลยได้ แต่เป็น ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต การป้องกันและควบคุมโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น รวมถึงการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีความผิดปกติ หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว เพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ พร้อมให้บริการดูแลโรคหัวใจแบบครบวงจร ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง เทคโนโลยีทันสมัย และมาตรฐานการรักษาที่เชื่อถือได้ เพื่อให้คุณมั่นใจในทุกขั้นตอนของการดูแลสุขภาพหัวใจ

 ขอคำปรึกษา คลิก

 


 

 

 

 

 

มีคำถามเกี่ยวกับ ความดันโลหิตสูง  ?

สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ

 

 

 

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น

 

 

 

 

 

 



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกอายุรกรรม

สถานที่

ชั้น 1

เวลาทำการ

จ : 08.00-17.00 ,อ-อา : 08.00-20.00

เบอร์ติดต่อ

(056) 000 111 ต่อ 510101 ,510102

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

20 พฤศจิกายน 2568

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ปวดข้อไม่ใช่เรื่องเล็ก รู้ทัน รักษาได้

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคเรื้อรังที่ทำให้ข้อบวม ปวด และผิดรูปได้ หากรักษาช้าอาจกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน รู้ทันอาการ สาเหตุ และแนวทางรักษา โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ

20 พฤศจิกายน 2568

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ปวดข้อไม่ใช่เรื่องเล็ก รู้ทัน รักษาได้

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคเรื้อรังที่ทำให้ข้อบวม ปวด และผิดรูปได้ หากรักษาช้าอาจกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน รู้ทันอาการ สาเหตุ และแนวทางรักษา โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ

04 มกราคม 2568

ฝุ่น PM2.5 อันตรายที่มาพร้อมกับฤดูหนาว

สภาพอากาศที่หนาวเย็นและแห้งแล้งอาจทำให้หลายคนรู้สึกสบาย แต่รู้หรือไม่ว่า ฤดูกาลนี้กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่คุณภาพอากาศแย่ลง และนำพา ฝุ่น PM2.5 มาเป็นของแถมที่ไม่พึงประสงค์

04 มกราคม 2568

ฝุ่น PM2.5 อันตรายที่มาพร้อมกับฤดูหนาว

สภาพอากาศที่หนาวเย็นและแห้งแล้งอาจทำให้หลายคนรู้สึกสบาย แต่รู้หรือไม่ว่า ฤดูกาลนี้กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่คุณภาพอากาศแย่ลง และนำพา ฝุ่น PM2.5 มาเป็นของแถมที่ไม่พึงประสงค์

23 มกราคม 2569

โรคฝีดาษลิง (Monkeypox) คืออะไร อาการ การติดต่อ และวิธีป้องกันที่ควรรู้

ในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา “โรคฝีดาษลิง” หรือ “โรคฝีดาษวานร” (Monkeypox) กลายเป็นหนึ่งในโรคติดต่อที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีการรายงานการระบาดในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ทำให้ประชาชนจำนวนมากเกิดความกังวลใจเกี่ยวกับความรุนแรง การแพร่เชื้อ และผลกระทบต่อสุขภาพ

23 มกราคม 2569

โรคฝีดาษลิง (Monkeypox) คืออะไร อาการ การติดต่อ และวิธีป้องกันที่ควรรู้

ในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา “โรคฝีดาษลิง” หรือ “โรคฝีดาษวานร” (Monkeypox) กลายเป็นหนึ่งในโรคติดต่อที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีการรายงานการระบาดในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ทำให้ประชาชนจำนวนมากเกิดความกังวลใจเกี่ยวกับความรุนแรง การแพร่เชื้อ และผลกระทบต่อสุขภาพ