ผ่าตัดผ่านกล้อง (MIS) คืออะไร? ข้อดี ข้อเสีย และฟื้นตัวเร็วจริงไหม
24 มีนาคม 2569
ผ่าตัดผ่านกล้อง (MIS) คืออะไร? ข้อดี ข้อเสีย และฟื้นตัวเร็วจริงไหม
ในปัจจุบันการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดได้รับการพัฒนาให้มีความก้าวหน้ามากขึ้น หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสูงคือ การผ่าตัดแบบ Minimally Invasive Surgery (MIS) หรือการผ่าตัดผ่านกล้อง เทคนิคนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดความบอบช้ำต่อร่างกายผู้ป่วย โดยใช้แผลเล็กแทนการผ่าตัดแบบเปิด ส่งผลให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้นและเจ็บปวดน้อยลง ทั้งยังช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ การผ่าตัดแบบ MIS ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคหลายประเภท ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการฟื้นตัวที่รวดเร็ว
การผ่าตัดแบบ Minimally Invasive Surgery คืออะไร?
การผ่าตัดแบบ Minimally Invasive Surgery (MIS) เป็นเทคนิคการผ่าตัดรักษาโรคของอวัยวะต่าง ๆ โดยใช้เทคโนโลยีมาช่วย เพื่อลดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อรอบ ๆ โดยในการผ่าตัดจะใช้เครื่องมือพิเศษที่สอดเข้าไปทางแผลเล็ก ๆ ที่ผิวหนัง ผู้ป่วยจะมีแผลที่เล็กลงและใช้เวลาฟื้นตัวน้อยลง นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและการเสียเลือดเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดที่ต้องผ่าตัดเปิดแผลขนาดใหญ่ วิธีนี้สามารถใช้ในการรักษาโรคได้หลายระบบ เช่น การผ่าตัดถุงน้ำดี การผ่าตัดไส้เลื่อน การผ่าตัดไส้ติ่ง หรือการผ่าตัดรักษามะเร็งบางชนิด ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหลังการรักษาผ่าตัด
ประเภทของการผ่าตัดแบบ Minimally Invasive Surgery
1. การส่องกล้องผ่าตัดช่องท้อง (Laparoscopic Surgery)
การผ่าตัดผ่านกล้องช่องท้องเป็นวิธีที่นิยมใช้ในการรักษาโรคหลาย ๆ โรค เช่น การผ่าตัดถุงน้ำดี (Laparoscopic Cholecystectomy) การผ่าตัดไส้เลื่อน การผ่าตัดไส้ติ่ง (Laparoscopic Appendectomy) และการผ่าตัดรักษามะเร็งบางชนิด โดยผู้ป่วยจะมีแผลเล็ก ๆ เพียงไม่กี่เซนติเมตร ทำให้การฟื้นตัวหลังผ่าตัดเร็วและมีรอยแผลเป็นน้อย
2. การผ่าตัดปอดผ่านกล้อง (Video Assisted Thoracic Surgery หรือ VATS)
การผ่าตัด VATS เป็นการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคในช่องอก เช่น มะเร็งปอด ภาวะลมรั่วในเยื่อหุ้มปอด หรือก้อนเนื้อในทรวงอก การผ่าตัดนี้ช่วยให้ผู้ป่วยเจ็บตัวน้อยลงและฟื้นตัวได้เร็วเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิด
3. การผ่าตัดไทรอยด์ผ่านกล้อง
การผ่าตัดไทรอยด์ผ่านกล้องมีสองเทคนิค คือการผ่าตัดบริเวณใต้ลิ้นและการผ่าตัดผ่านรักแร้ ซึ่งทำให้ไม่มีรอยแผลที่ลำคอ ช่วยเพิ่มความมั่นใจด้านความสวยงามหลังการผ่าตัดโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีความกังวลเรื่องแผลเป็น
4. การผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก (Sleeve Gastrectomy)
การผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักเป็นการผ่าตัดที่ทำในผู้ป่วยที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคอ้วน โดยการผ่าตัดจะตัดกระเพาะอาหารบางส่วนออกไปเพื่อทำให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารได้น้อยลง ช่วยให้น้ำหนักตัวลดลง ดัชนีมวลกายกลับเข้าสู่เกณฑ์ที่เหมาสม
5. การผ่าตัดไตผ่านกล้อง
การผ่าตัดไตผ่านกล้องใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีก้อนมะเร็งหรือซีสต์ในไต การใช้กล้องทำให้สามารถเข้าถึงอวัยวะได้อย่างแม่นยำและลดการบาดเจ็บที่เกิดกับเนื้อเยื่อรอบ ๆ ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
6. การผ่าตัดต่อมลูกหมาก (Prostate Surgery)
เป็นการผ่าตัดที่ใช้ในการรักษาภาวะต่อมลูกหมากโต หรือมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งการผ่าตัดผ่านกล้องช่วยทำให้ผู้ป่วยมีความเจ็บปวดน้อยกว่าและมีระยะพักฟื้นในโรงพยาบาลน้อยลง
7. การผ่าตัดไส้เลื่อนผ่านกล้อง (Laparoscopic Hernia Repair)
การผ่าตัดไส้เลื่อนผ่านกล้องช่วยให้ผู้ป่วยเจ็บตัวน้อยและฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิด ทำให้สามารถกลับไปทำงานและกิจกรรมปกติได้เร็วขึ้น
8. การทำหมันในผู้หญิง (Sterilization)
การทำหมันผ่านกล้องในผู้หญิง แผลจะมีขนาดเล็กมากหรือแทบไม่มีรอยแผล ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องกังวลเรื่องความงามของร่างกายหลังการผ่าตัด
9. การผ่าตัดรักษาโรคทางนรีเวช
เช่น การผ่าตัดเนื้องอกมดลูก (Fibroids) หรือโรคทางนรีเวชอื่น ๆ การผ่าตัดผ่านกล้องทำให้ผู้ป่วยเจ็บตัวน้อยลงและมีเวลาพักฟื้นสั้นกว่า
10. การผ่าตัดรักษาโรคทางเดินอาหาร
เช่น การผ่าตัดรักษาแผลในกระเพาะอาหาร หรือการผ่าตัดรักษาภาวะกรดไหลย้อน
11. การผ่าตัดส่องกล้องรักษาโรคของกระดูกและข้อ (Arthroscopy)
เช่น ซ่อมแซมหมอนรองข้อเข่าที่บาดเจ็บ การปรับพื้นผิวข้อในกรณีข้อเข่าเสื่อม รักษาเส้นเอ็นหัวไหล่ที่บาดเจ็บ ซ่อมแซมเส้นเอ็นที่บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ลดอาการปวดจากการกดทับเส้นประสาทและซ่อมแซมบาดเจ็บของเอ็นข้อมือ
12. การผ่าตัดรักษาโรคทางศัลยกรรมอื่น ๆ
การผ่าตัดแบบ MIS ยังใช้ในการรักษาโรคทางศัลยกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น การผ่าตัดเนื้องอก การผ่าตัดรักษาภาวะลำไส้อุดตัน และการผ่าตัดรักษาภาวะถุงน้ำในอวัยวะต่าง ๆ
ข้อดีของการผ่าตัดแบบ Minimally Invasive Surgery
- ฟื้นตัวเร็ว เนื่องจากแผลมีขนาดเล็ก ผู้ป่วยจึงสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิดที่ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน การผ่าตัดแบบ MIS ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำกิจกรรมปกติได้ภายในไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์
- แผลขนาดเล็ก นอกจากลดการเสียเลือดแล้ว ขนาดของแผลที่เล็กยังช่วยลดรอยแผลเป็นหลังการผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องกังวลเรื่องความสวยงามของร่างกายหลังการรักษา
- ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ เมื่อมีการบาดเจ็บที่เนื้อเยื่อน้อยลง โอกาสในการติดเชื้อก็ลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้ยังลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด เช่น ภาวะบวมน้ำหรือภาวะแผลติดเชื้อ หรือแผลปริ
- การนอนโรงพยาบาลสั้นลง เนื่องจากการฟื้นตัวที่เร็วขึ้น ผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดแบบ MIS มักใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลสั้นกว่าผู้ที่ผ่าตัดแบบเปิด การลดระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลช่วยให้ผู้ป่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดแบบ Minimally Invasive Surgery
- ปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินความเหมาะสมและวางแผนการรักษา ขั้นตอนการเตรียมตัวที่สำคัญคือการพบและปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับการผ่าตัด โดยแพทย์จะตรวจประเมินความพร้อมของผู้ป่วยเพื่อดูว่าการผ่าตัดแบบ MIS เหมาะสมกับสภาพร่างกายและอาการของผู้ป่วยหรือไม่ การเตรียมตัวนี้อาจรวมไปถึงการตรวจเลือด การตรวจภาพถ่าย X-Ray หรือการตรวจ CT Scan หรือการตรวจร่างกายอื่น ๆ เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกายก่อนการผ่าตัด
- เตรียมร่างกายก่อนผ่าตัด แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีที่สุด เช่น หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่ส่งผลต่อระยะเวลาการหายของแผลและมีผลต่อการทำงานของปอด และผู้ป่วยต้องงดอาหารและเครื่องดื่มก่อนผ่าตัดตามคำแนะนำของแพทย์
- เตรียมจิตใจก่อนการผ่าตัด ความเครียดก่อนการผ่าตัดเป็นเรื่องปกติ การพูดคุยกับแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจะช่วยลดความกังวลลงได้ โดยแพทย์จะอธิบายขั้นตอนต่าง ๆ และให้คำแนะนำต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ป่วยทราบถึงข้อมูลของการผ่าตัด
MIS ดีกว่าการผ่าตัดแบบเปิดอย่างไร ?
-
ขนาดของแผลเล็กเพียงแค่ 5-10 มิลลิเมตร แต่การผ่าตัดแบบเดิมจะมีแผลกว้างถึง 12-20 เซนติเมตร
-
ระยะเวลาการผ่าตัดไวกว่า
-
ระยะเวลาพักฟื้นของผู้ป่วยนั้นเร็วกว่าการผ่าตัดแบบเดิมที่ต้องใช้เวลาถึง 7-14วัน แต่การผ่าตัดผ่านกล้องในบางกรณีนั้นสามารถเดินทางกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้เลย
-
เสียเลือดน้อย และปวดแผลน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดแผล
-
จากความคมชัดของกล้องที่มีกำลังขยายสูง จึงทำให้แพทย์สามารถมองเห็นรายละเอียดของตำแหน่งภายในร่างกายที่ต้องการผ่าตัดได้ชัดเจน
-
แผลที่ใหญ่จากการผ่าตัดเปิดแบบเดิมอาจทำให้เกิดพังผืดในช่องท้องหลังผ่าตัดได้
-
ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน ภายหลังการผ่าตัด
-
สามารถกลับไปทำงาน และใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น
-
ผลพลอยได้จากการผ่าตัดแผลที่มีขนาดเล็ก คือเรื่องความสวยงาม
หลังผ่าตัดจะมีภาวะแทรกซ้อนหรือไม่?
ส่วนใหญ่ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดผ่านกล้องนั้นมักจะไม่เกิดผลแทรกซ้อน แต่อาจจะเกิดอาการเล็กน้อยอย่างเช่น ปวดหน่วงๆ หรือปวดเมื่อยหลังจากการผ่าตัด ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการรับประทานยาแก้ปวด

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ มีความพร้อมทั้งด้านเครื่องมือที่ทันสมัย ห้องผ่าตัดมาตรฐานสากล และทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นศัลยกรรมทั่วไป ศัลยกรรมทางเดินอาหาร ศัลยกรรมทรวงอก หรือศัลยกรรมทางนรีเวช การได้รับการดูแลในสถานพยาบาลที่มีความพร้อมเช่นนี้ ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ป่วยตั้งแต่ขั้นตอนการวินิจฉัย การผ่าตัด ไปจนถึงการดูแลหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)
Q1: ผ่าตัดผ่านกล้องเจ็บไหม?
A: เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดอย่างมาก และมักควบคุมอาการปวดได้ด้วยยา
Q2: ผ่าตัดผ่านกล้องกี่วันหาย?
A: ส่วนใหญ่ใช้เวลาฟื้นตัว 3–14 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดการผ่าตัด
Q3: MIS ปลอดภัยไหม?
A: ปลอดภัยสูง หากทำโดยทีมแพทย์เฉพาะทางและโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน
มีคำถามเกี่ยวกับ ผ่าตัดกล้อง MIS ?
สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกศัลยกรรม
สถานที่
ชั้น 2
เวลาทำการ
จ,อ,พ,พฤ,ส : 08.00-20.00 ศ,อา : 08.00-17.00
เบอร์ติดต่อ
(056) 000 111 ต่อ 510401 ,510402


