Header

ไวรัส RSV รุนแรงในเด็กเล็ก แต่ป้องกันได้

19 มีนาคม 2568

ไวรัส RSV รุนแรงในเด็กเล็ก แต่ป้องกันได้

ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ซึ่งอาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นปอดอักเสบหรือหลอดลมฝอยอักเสบได้ แม้ว่าไวรัส RSV จะเป็นอันตราย แต่ก็สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขอนามัยอย่างเหมาะสม


ไวรัส RSV คืออะไร?

     ไวรัส RSV เป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ง่าย ผ่านทางการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย หรือการไอ จาม เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูก ปาก หรือตา และทำให้เกิดการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ
 

อาการของไวรัส RSV

     อาการของไวรัส RSV จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอายุและสุขภาพของผู้ป่วย โดยทั่วไปจะมีอาการดังนี้

  • ในเด็กเล็ก
        - 
    มีน้ำมูกไหล ไอ จาม
        - หายใจเร็ว หายใจลำบาก หรือมีเสียงหวีด
        ซึมลง ดูดนมน้อยลง
        - ในรายที่รุนแรงอาจมีภาวะปอดอักเสบหรือหลอดลมฝอยอักเสบ
     
  • ในเด็กโตและผู้ใหญ่
        - มีอาการคล้ายไข้หวัด เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูกไหล
        - อาจมีไข้ต่ำๆ หรือไม่มีไข้ 
     

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวัง

  • เด็กทารก โดยเฉพาะเด็กที่คลอดก่อนกำหนด
  • เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอด
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
     

การวินิจฉัยไวรัส RSV

     แพทย์จะวินิจฉัยไวรัส RSV โดยการตรวจร่างกาย และอาจทำการทดสอบเพิ่มเติม เช่น

  • การตรวจหาเชื้อไวรัสจากสารคัดหลั่งในจมูก
  • การตรวจเอกซเรย์ปอด (ในกรณีที่สงสัยภาวะปอดอักเสบ)



การดูแลรักษาไวรัส RSV

      ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัส RSV โดยตรง การรักษาจึงเน้นที่การบรรเทาอาการ เช่น

  • ให้ยาลดไข้
  • ให้สารละลายน้ำเกลือหยอดจมูก เพื่อช่วยละลายน้ำมูก
  • ใช้เครื่องพ่นยาขยายหลอดลม (ในกรณีที่มีอาการหลอดลมตีบ)
  • ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ (ในกรณีที่เด็กมีภาวะขาดน้ำ)
  • ให้ออกซิเจน (ในกรณีที่เด็กหายใจลำบาก)
  • การดูดเสมหะ ในกรณีที่เด็กมีเสมหะมาก
     

การป้องกันไวรัส RSV

  • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย โดยเฉพาะเด็กเล็ก
  • ไม่พาเด็กเล็กไปในที่ที่มีคนพลุกพล่าน เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาด
  • ทำความสะอาดของเล่นและสิ่งของที่เด็กสัมผัสบ่อยๆ
  • ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ในน้ำนมแม่มีภูมิคุ้มกันที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อ
  • การรับวัคซีนป้องกัน ในเด็กกลุ่มเสี่ยง สามารถรับวัคซีนป้องกันไวรัส RSV ได้
     

เมื่อใดควรพบแพทย์

       หากเด็กมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที

  • หายใจเร็ว หายใจลำบาก หรือมีเสียงหวีด
  • ซึมลง ดูดนมน้อยลง
  • มีไข้สูง
  • มีอาการไอมากจนอาเจียน




วัคซีนป้องกัน RSV สำหรับสตรีตั้งครรภ์

     เสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย ลดความรุนแรงของเชื้อ RSV ในทารกแรกเกิดเชื้อไวรัส RSV เป็นสาเหตุสำคัญของโรคทางเดินหายใจในเด็กแรกเกิด โดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรกที่ภูมิคุ้มกันยังต่ำ วัคซีนนี้จึงถูกพัฒนาขึ้น เพื่อฉีดในคุณแม่ตั้งครรภ์ และส่งต่อภูมิคุ้มกันสู่ลูกอย่างปลอดภัย

  • ลดการติดเชื้อ RSV แบบรุนแรง
    - ได้ถึง 82% ในเด็กอายุ 0–3 เดือน
    - และ 69% ในเด็กอายุ 0–6 เดือน

  • ฉีดเพียง 1 เข็ม ในช่วงอายุครรภ์ 24–36 สัปดาห์

 




 

มีคำถามเกี่ยวกับ ไวรัส RSV ?

สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ
 


 


 

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น

 

 

 



 

"ไวรัส RSV เป็นโรคที่อันตรายในเด็กเล็ก แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขอนามัยอย่างเหมาะสม

หากเด็กมีอาการที่น่าสงสัยควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่ถูกต้อง"
สามารถปรึกษาได้ที่ ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2
โทร. 056 000 111 ต่อ 0  " ไม่ต้องห่วง ให้เราช่วยดูแล" 

 

 

 ขอคำปรึกษา คลิก

 

 

 

 

 
 

 

อ้างอิง :



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์สุขภาพเด็ก

สถานที่

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2

เวลาทำการ

จ-อ : 8.30-20.00 ,พ-ส : 07.00-20.00 ,อา : 8.00-20.00

เบอร์ติดต่อ

(056) 000 111 ต่อ 500602

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

10 มีนาคม 2569

เด็กนอนกรนจากต่อมทอนซิลโต และต่อมอะดีนอยด์โต อันตรายแค่ไหน?

ทอนซิลและอะดีนอยด์โตในเด็กเป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะช่วงวัยอนุบาลถึงประถม แม้ส่วนใหญ่เกิดจากไวรัสและสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่หากมีอาการนอนกรนรุนแรง หยุดหายใจขณะหลับ หรืออักเสบบ่อยครั้ง การประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางเป็นสิ่งจำเป็น

10 มีนาคม 2569

เด็กนอนกรนจากต่อมทอนซิลโต และต่อมอะดีนอยด์โต อันตรายแค่ไหน?

ทอนซิลและอะดีนอยด์โตในเด็กเป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะช่วงวัยอนุบาลถึงประถม แม้ส่วนใหญ่เกิดจากไวรัสและสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่หากมีอาการนอนกรนรุนแรง หยุดหายใจขณะหลับ หรืออักเสบบ่อยครั้ง การประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางเป็นสิ่งจำเป็น

26 มกราคม 2569

ไขทุกข้อสงสัยเรื่อง “ส่วนสูงลูกน้อย” พร้อมแนวทางดูแลอย่างถูกวิธี

“ส่วนสูง” เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดพัฒนาการทางกายภาพที่สังเกตได้ง่ายที่สุด หากเด็กมีการเจริญเติบโตสมวัย มักสะท้อนถึงสุขภาพโดยรวมที่ดี ทั้งด้านโภชนาการ ฮอร์โมน และระบบการทำงานของร่างกาย

26 มกราคม 2569

ไขทุกข้อสงสัยเรื่อง “ส่วนสูงลูกน้อย” พร้อมแนวทางดูแลอย่างถูกวิธี

“ส่วนสูง” เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดพัฒนาการทางกายภาพที่สังเกตได้ง่ายที่สุด หากเด็กมีการเจริญเติบโตสมวัย มักสะท้อนถึงสุขภาพโดยรวมที่ดี ทั้งด้านโภชนาการ ฮอร์โมน และระบบการทำงานของร่างกาย

15 ธันวาคม 2568

ภูมิแพ้ในเด็ก ชนิด อาการ สาเหตุ และแนวทางการรักษา

โรคภูมิแพ้เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะในเด็กที่มีแนวโน้มเกิดภูมิแพ้เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากพันธุกรรม แต่สิ่งแวดล้อมก็มีบทบาทสำคัญ เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง แมลงสาบ ควันบุหรี่ รวมถึงมลพิษและฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้ทางเดินหายใจและผื่นตามผิวหนัง

15 ธันวาคม 2568

ภูมิแพ้ในเด็ก ชนิด อาการ สาเหตุ และแนวทางการรักษา

โรคภูมิแพ้เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะในเด็กที่มีแนวโน้มเกิดภูมิแพ้เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากพันธุกรรม แต่สิ่งแวดล้อมก็มีบทบาทสำคัญ เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง แมลงสาบ ควันบุหรี่ รวมถึงมลพิษและฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้ทางเดินหายใจและผื่นตามผิวหนัง