Header

สารหนู ภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพ จากสิ่งแวดล้อมสู่ร่างกาย

สารหนู (Arsenic)

     เป็นธาตุตามธรรมชาติที่พบได้ในดิน หิน น้ำ และอากาศ ในปริมาณน้อยๆ สารหนูอาจไม่ก่อให้เกิดอันตราย แต่การได้รับสารหนูในปริมาณมาก หรือการสัมผัสสารหนูเป็นเวลานาน สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง ตั้งแต่ผิวหนัง ระบบประสาท ระบบทางเดินอาหาร ระบบหัวใจและหลอดเลือด ไปจนถึงเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง การตระหนักถึงอันตรายของสารหนู แหล่งที่มา และวิธีการป้องกันตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
 

สารหนู… ภัยร้ายที่มองไม่เห็น

     สารหนูมีหลายรูปแบบ ทั้งสารหนูอนินทรีย์ (Inorganic arsenic) ซึ่งมีความเป็นพิษสูง และสารหนูอินทรีย์ (Organic arsenic) ซึ่งมีความเป็นพิษน้อยกว่า สารหนูอนินทรีย์มักพบปนเปื้อนในน้ำใต้ดิน และเป็นรูปแบบที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพมากที่สุด การได้รับสารหนูเข้าสู่ร่างกายสามารถเกิดขึ้นได้หลายช่องทาง ทั้งจากการบริโภคน้ำและอาหารที่ปนเปื้อน การหายใจเอาฝุ่นหรือไอระเหยที่มีสารหนู การสัมผัสผิวหนังกับดินหรือน้ำที่ปนเปื้อน
 

แหล่งที่มาของสารหนูในสิ่งแวดล้อม

     สารหนูสามารถเข้าสู่สิ่งแวดล้อมได้จากหลายแหล่ง ทั้งจากธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์


แหล่งที่มาจากธรรมชาติ
  • การผุกร่อนของหินและแร่ธาตุ สารหนูเป็นส่วนประกอบตามธรรมชาติของแร่ธาตุบางชนิด เมื่อหินและแร่ธาตุเหล่านี้ผุกร่อน สารหนูก็จะถูกปล่อยลงสู่ดินและน้ำ
  • การระเบิดของภูเขาไฟ การระเบิดของภูเขาไฟสามารถปล่อยสารหนูและสารพิษอื่นๆ สู่ชั้นบรรยากาศและพื้นดิน
     
แหล่งที่มาจากกิจกรรมของมนุษย์
  • การทำเหมืองแร่ โดยเฉพาะการทำเหมืองทองและเหมืองแร่โลหะอื่นๆ มักเกี่ยวข้องกับการปล่อยสารหนูสู่สิ่งแวดล้อม ทั้งในรูปของฝุ่น และการชะล้างของน้ำเสียจากเหมือง
  • การใช้สารกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ ในอดีต สารหนูถูกนำมาใช้ในสารกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ แต่ปัจจุบันมีการควบคุมการใช้งานอย่างเข้มงวดมากขึ้น
  • อุตสาหกรรม กระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น การผลิตแก้ว การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และการถนอมเนื้อไม้ อาจมีการปล่อยสารหนูสู่สิ่งแวดล้อม
  • การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล การเผาไหม้ถ่านหินและน้ำมันอาจปล่อยสารหนูสู่ชั้นบรรยากาศ

     

ผลกระทบต่อสุขภาพจากการได้รับสารหนู

     การได้รับสารหนูสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ได้รับ ระยะเวลาในการสัมผัส และความไวของแต่ละบุคคล


ผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้น (Acute Arsenic Poisoning) อาการมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากการได้รับสารหนูปริมาณมาก ได้แก่
  • คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสียอย่างรุนแรง
  • ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง ช
  • หัวใจเต้นผิดปกติ
  • ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง
  • ในกรณีที่รุนแรงมาก อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
     
ผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว (Chronic Arsenic Exposure) การได้รับสารหนูในปริมาณน้อยๆ เป็นเวลานาน สามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพเรื้อรังต่างๆ ได้แก่
  • ผิวหนัง ผิวหนังคล้ำขึ้น (hyperpigmentation) โดยเฉพาะบริเวณลำคอ รักแร้ และขาหนีบ เกิดจุดด่างขาว (hypopigmentation) ผิวหนังหนาตัวขึ้น (hyperkeratosis) โดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดมะเร็งผิวหนังได้
  • ระบบประสาท ชาตามปลายมือปลายเท้า อ่อนแรง กล้ามเนื้อกระตุก ความจำเสื่อม
  • ระบบทางเดินอาหาร ปวดท้องเรื้อรัง ท้องเสียหรือท้องผูกสลับกัน
  • ระบบหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบตัน (peripheral vascular disease) ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดเนื้อตายเน่า (gangrene)
  • ระบบทางเดินหายใจ ไอเรื้อรัง หายใจลำบาก
  • ระบบต่อมไร้ท่อ อาจส่งผลต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์และฮอร์โมนอื่นๆ
  • โรคมะเร็ง การได้รับสารหนูเป็นเวลานานเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งผิวหนัง มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งปอด มะเร็งตับ และมะเร็งไต


สถานการณ์การปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำ

     จากข่าวการปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำกก ซึ่งมีต้นกำเนิดจากประเทศพม่า อันเนื่องมาจากการทำเหมืองทอง ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญและน่ากังวลอย่างยิ่ง แม่น้ำกกเป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว การปนเปื้อนสารหนูในแหล่งน้ำนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชนที่ใช้น้ำในการอุปโภค บริโภค และทำการเกษตร

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการปนเปื้อนในแม่น้ำ
  • การได้รับสารหนูผ่านการบริโภคน้ำดื่ม ประชาชนที่ดื่มน้ำจากแม่น้ำกกที่ปนเปื้อนสารหนูเป็นประจำ จะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
  • การได้รับสารหนูผ่านการบริโภคอาหาร พืชผักและสัตว์น้ำที่อยู่ในระบบนิเวศของแม่น้ำกก สามารถดูดซับและสะสมสารหนูไว้ในร่างกายได้ การบริโภคอาหารเหล่านี้จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้ประชาชนได้รับสารหนู
  • ผลกระทบต่อระบบนิเวศ การปนเปื้อนสารหนูยังส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในระบบนิเวศของแม่น้ำกก ทำให้เกิดความไม่สมดุลทางธรรมชาติ

 

การป้องกันตนเองจากอันตรายของสารหนู

     ถึงแม้ว่าเราอาจไม่สามารถควบคุมแหล่งที่มาของสารหนูในสิ่งแวดล้อมได้ทั้งหมด แต่เราสามารถปฏิบัติตามแนวทางเพื่อลดความเสี่ยงในการได้รับสารหนูได้ดังนี้

  1. ตรวจสอบคุณภาพน้ำดื่ม หากคุณใช้น้ำบาดาล ควรนำน้ำไปตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารหนูเป็นประจำ หากพบว่ามีปริมาณเกินมาตรฐาน ควรหาแหล่งน้ำดื่มที่ปลอดภัยกว่า เช่น น้ำประปาที่ผ่านการบำบัด หรือน้ำดื่มบรรจุขวดที่ได้มาตรฐาน
  2. ระมัดระวังในการบริโภคอาหาร เลือกซื้ออาหารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่อาจมีการปนเปื้อนสารหนูในปริมาณสูง เช่น สัตว์น้ำที่จับจากแหล่งน้ำที่สงสัยว่ามีการปนเปื้อน
  3. ดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ก่อนรับประทานอาหารและหลังสัมผัสสิ่งสกปรก
  4. สำหรับผู้ที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยง เช่น ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ หรือโรงงานที่ใช้สารหนู ควรปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เช่น หน้ากาก ถุงมือ และชุดป้องกัน
  5. ติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์การปนเปื้อนสารหนูในพื้นที่ต่างๆ ควรติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
     

การรักษาเมื่อได้รับสารหนู

     การรักษาผู้ที่ได้รับสารหนูขึ้นอยู่กับปริมาณและระยะเวลาที่ได้รับ หากเป็นการได้รับสารหนูปริมาณมากในระยะเฉียบพลัน การรักษาจะเน้นไปที่การประคับประคองอาการ เช่น การให้สารน้ำเพื่อแก้ไขภาวะขาดน้ำ การรักษาภาวะช็อก และการกำจัดสารหนูออกจากร่างกายโดยเร็วที่สุด สำหรับการได้รับสารหนูเรื้อรัง การรักษาจะเน้นไปที่การจัดการอาการที่เกิดขึ้น และการป้องกันไม่ให้ได้รับสารหนูเพิ่มขึ้น การบำบัดด้วยคีเลชั่น (Chelation therapy) ซึ่งเป็นการให้ยาเพื่อจับสารหนูและขับออกจากร่างกาย อาจใช้ในบางกรณีภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

 


 

 

มีคำถามเกี่ยวกับ สารหนู ?

สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ
 


 


 

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น

 

 

 



 
 

"สารหนูเป็นภัยเงียบที่สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้อย่างร้ายแรง การได้รับสารหนูเข้าสู่ร่างกายสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายช่องทาง ทั้งจากแหล่งธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ กรณีการปนเปื้อนในแม่น้ำกกเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น การตระหนักถึงแหล่งที่มา ผลกระทบต่อสุขภาพ และวิธีการป้องกันตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การตรวจสอบคุณภาพน้ำดื่ม การระมัดระวังในการบริโภคอาหาร และการติดตามข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐ เป็นแนวทางสำคัญในการลดความเสี่ยงจากการได้รับสารหนู เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราเองและสังคม
สามารถปรึกษาได้ที่ แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ
โทร. 056 000 111  "ไม่ต้องห่วง ให้เราช่วยดูแล" 

 

 

 

 ขอคำปรึกษา คลิก

 


อ้างอิง :



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกอายุรกรรม

สถานที่

ชั้น 1

เวลาทำการ

จ : 08.00-17.00 ,อ-อา : 08.00-20.00

เบอร์ติดต่อ

(056) 000 111 ต่อ 510101 ,510102

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

06 สิงหาคม 2568

โรคไข้ดิน ภัยร้ายจากดินและน้ำท่วมที่อันตรายถึงชีวิต รู้ทัน ป้องกันได้ ที่ รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ

เจาะลึกโรคไข้ดิน หรือโรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) ที่อันตรายถึงชีวิต ทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ การป้องกัน และการรักษาอย่างถูกวิธี ที่ รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ

06 สิงหาคม 2568

โรคไข้ดิน ภัยร้ายจากดินและน้ำท่วมที่อันตรายถึงชีวิต รู้ทัน ป้องกันได้ ที่ รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ

เจาะลึกโรคไข้ดิน หรือโรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) ที่อันตรายถึงชีวิต ทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ การป้องกัน และการรักษาอย่างถูกวิธี ที่ รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ

05 มิถุนายน 2568

ไข้หูดับ ภัยมรณะที่มาจากความอร่อย

ไข้หูดับ หรือชื่อทางการแพทย์คือ โรคติดเชื้อสเตรปโตคอกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) เป็นโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คนที่พบได้บ่อยในประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคอีสาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบริโภคหมูดิบหรือปรุงไม่สุก และอาจมีอาการรุนแรงจนถึงขั้น เสียชีวิต

05 มิถุนายน 2568

ไข้หูดับ ภัยมรณะที่มาจากความอร่อย

ไข้หูดับ หรือชื่อทางการแพทย์คือ โรคติดเชื้อสเตรปโตคอกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) เป็นโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คนที่พบได้บ่อยในประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคอีสาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบริโภคหมูดิบหรือปรุงไม่สุก และอาจมีอาการรุนแรงจนถึงขั้น เสียชีวิต

26 มีนาคม 2569

ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง เกี่ยวข้องกับ “โรคหัวใจ” อย่างไร?

 ในปัจจุบัน “โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” (NCDs) เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และภาวะไขมันในเลือดสูง กลายเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญที่พบได้มากขึ้นในทุกช่วงวัย ไม่เฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังพบในวัยทำงานและวัยรุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การบริโภคอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง

26 มีนาคม 2569

ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง เกี่ยวข้องกับ “โรคหัวใจ” อย่างไร?

 ในปัจจุบัน “โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” (NCDs) เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และภาวะไขมันในเลือดสูง กลายเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญที่พบได้มากขึ้นในทุกช่วงวัย ไม่เฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังพบในวัยทำงานและวัยรุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การบริโภคอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง