Header

วัณโรคในเด็ก (Childhood Tuberculosis) ภัยเงียบที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

01 เมษายน 2569

วัณโรคในเด็ก (Childhood Tuberculosis) ภัยเงียบที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

      วัณโรคในเด็ก (Childhood Tuberculosis) เป็นโรคติดเชื้อที่ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญในประเทศไทยและทั่วโลก แม้จะมีความก้าวหน้าทางการแพทย์ แต่เด็กยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในครอบครัวหรือชุมชนที่มีผู้ป่วยวัณโรคอยู่แล้ววัณโรคเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium tuberculosis ซึ่งสามารถแพร่กระจายผ่านทางอากาศจากการไอหรือจามของผู้ป่วย และแม้เด็กจะมีโอกาสแพร่เชื้อน้อยกว่าผู้ใหญ่ แต่มีความเสี่ยงเกิดโรครุนแรงมากกว่า โดยเฉพาะในเด็กเล็ก 

วัณโรคในเด็กคืออะไร?

     วัณโรคในเด็ก คือการติดเชื้อวัณโรคที่เกิดขึ้นในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งอาจเกิดได้ทั้งในปอด (วัณโรคปอด) และนอกปอด เช่น สมอง ต่อมน้ำเหลือง หรือกระดูกองค์การอนามัยโลกระบุว่าในแต่ละปีมีเด็กป่วยวัณโรคประมาณ 1 ล้านรายทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการคัดกรองและป้องกันโรคในกลุ่มเด็ก

สาเหตุของวัณโรคในเด็ก

     วัณโรคเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium tuberculosis โดยเด็กมักติดเชื้อจาก

  • การอยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยวัณโรคในบ้าน 

  • การสัมผัสละอองฝอยจากการไอหรือจาม 

  • สภาพแวดล้อมแออัด อากาศถ่ายเทไม่ดี 

    เชื้อวัณโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านระบบทางเดินหายใจ และแพร่กระจายไปยังอวัยวะต่าง ๆ ผ่านกระแสเลือดหรือระบบน้ำเหลือง 

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เด็กติดวัณโรคง่าย

  • เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี 

  • ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ขาดสารอาหาร 

  • มีผู้ป่วยวัณโรคในครอบครัว 

  • เด็กที่ติดเชื้อ HIV

  • ไม่ได้รับวัคซีน BCG 

อาการวัณโรคในเด็ก

     วัณโรคในเด็กมักแสดงอาการไม่ชัดเจน ทำให้วินิจฉัยได้ยาก โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่

1. อาการทั่วไป

  • ไข้ต่ำเรื้อรัง 
  • เบื่ออาหาร 
  • น้ำหนักลด 
  • อ่อนเพลีย 

2. อาการทางระบบทางเดินหายใจ

  • ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ 
  • หอบเหนื่อย 
  • เจ็บหน้าอก 

3. อาการของวัณโรคนอกปอด

  • วัณโรคเยื่อหุ้มสมอง ซึม ชัก อาเจียน 
  • วัณโรคต่อมน้ำเหลือง มีก้อนบริเวณคอ 
  • วัณโรคกระดูก ปวดกระดูก เดินลำบาก 
    *ในเด็กเล็ก มีโอกาสเกิดวัณโรคชนิดแพร่กระจาย (Disseminated TB) ได้มาก ซึ่งเป็นภาวะรุนแรงและอันตราย 

วัณโรคเด็กติดต่อหรือไม่?

     วัณโรคเป็นโรคติดต่อทางอากาศ แต่ในเด็กมักมีเชื้อปริมาณน้อย จึงแพร่เชื้อได้น้อยกว่าผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้รับการรักษา เด็กยังสามารถเป็นแหล่งแพร่เชื้อได้ในบางกรณี 

การวินิจฉัยวัณโรคในเด็ก

     การวินิจฉัยวัณโรคในเด็กทำได้ยากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากตรวจพบเชื้อได้ยาก แพทย์จึงใช้หลายวิธีร่วมกัน เช่น

  • ซักประวัติสัมผัสผู้ป่วย 

  • เอกซเรย์ปอด 

  • การทดสอบทูเบอร์คูลิน (Tuberculin skin test) 

  • การตรวจเลือด 

  • การเก็บตัวอย่างเสมหะหรือสารคัดหลั่ง 

การรักษาวัณโรคในเด็ก

     การรักษาวัณโรคในเด็กจำเป็นต้องใช้ยาต้านวัณโรคอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปใช้ระยะเวลา 6–9 เดือน 

แนวทางการรักษา

1. ให้ยาหลายชนิดร่วมกัน เช่น 

  • Isoniazid 
  • Rifampicin 
  • Pyrazinamide 
  • Ethambutol 

2. รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ (DOTS strategy) 

  • ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ 
  • หอบเหนื่อย 
  • เจ็บหน้าอก 

3. ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด 

ผลลัพธ์การรักษา

  • อาการดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ 
  • หายขาดได้มากกว่า 90% หากรักษาครบ 
    * ข้อสำคัญ หากหยุดยาเอง อาจเกิด “วัณโรคดื้อยา” ซึ่งรักษายากและใช้เวลานาน

ภาวะแทรกซ้อนของวัณโรคในเด็ก

     หากไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น

  • วัณโรคเยื่อหุ้มสมอง (อันตรายถึงชีวิต) 

  • วัณโรคแพร่กระจายทั่วร่างกาย 

  • ปอดถูกทำลาย 

  • พัฒนาการล่าช้าในเด็กเล็ก 

การป้องกันวัณโรคในเด็ก

  1. การฉีดวัคซีน BCG วัคซีน BCG ช่วยป้องกันวัณโรครุนแรงในเด็ก โดยเฉพาะวัณโรคเยื่อหุ้มสมอง
  2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย หากมีผู้ป่วยในบ้าน ควรสวมหน้ากาก แยกห้องนอน และเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท 
  3. ตรวจคัดกรองเด็กกลุ่มเสี่ยง เด็กที่มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยควรได้รับการตรวจทันที
  4. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน รับประทานอาหารครบ 5 หมู่  พักผ่อนเพียงพอ 

เมื่อไรควรพาเด็กพบแพทย์?

  • กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

  • หัวใจวายเฉียบพลัน

  • อัมพฤกษ์ อัมพาต

เมื่อ “3 โรค” เกิดร่วมกัน ความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มขึ้น

     ควรรีบพบแพทย์ทันที หากเด็กมีอาการดังนี้

  • ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ 
  • ไข้เรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ 
  • น้ำหนักลดผิดปกติ 
  • มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยวัณโรค 

แนวทางป้องกันโรคหัวใจจาก 3 ปัจจัยเสี่ยง

1. ควบคุมอาหาร

  • ลดหวาน มัน เค็ม
  • หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป
  • เพิ่มผัก ผลไม้ และธัญพืช

2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

  • อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน

3. ควบคุมน้ำหนัก 

  • ลดความเสี่ยงทั้งเบาหวานและความดัน

4. งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์

  •  ลดการทำลายหลอดเลือด

5. ตรวจสุขภาพประจำปี

  • ตรวจน้ำตาล
  • ตรวจไขมัน
  • วัดความดันโลหิต
  • การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ

การตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจ

  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)

  • อัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram)

  • การทดสอบสมรรถภาพหัวใจ (Exercise Stress Test)

  • CT Scan หลอดเลือดหัวใจ

แนวทางการรักษาโรคหัวใจในปัจจุบัน

  • การใช้ยา
  • การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน
  • การใส่ขดลวด (Stent)
  • การผ่าตัดบายพาสหัวใจ

 

 
 

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ พร้อมเป็นศูนย์ดูแลสุขภาพเด็กแบบครบวงจร ด้วยศักยภาพที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ “โรคติดเชื้อในเด็ก” โดยเฉพาะวัณโรค ด้วยจุดเด่นที่แตกต่างอย่างชัดเจน มีทีมกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคติดเชื้อ ที่มีประสบการณ์ในการวินิจฉัยวัณโรคในเด็ก ซึ่งมักมีอาการไม่ชัดเจน ระบบวินิจฉัยที่ทันสมัย ทั้งเอกซเรย์ปอด การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และแนวทางคัดกรองตามมาตรฐานสากล การดูแลต่อเนื่องแบบใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงของการขาดยาและป้องกันการดื้อยา บริการดูแลเด็ก 24 ชั่วโมง รองรับทั้งผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) ให้ผู้ปกครองมั่นใจได้ว่าบุตรหลานจะได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที 

 ขอคำปรึกษา คลิก

 


 

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

Q1: วัณโรคเด็กหายขาดได้ไหม?

A: หายขาดได้ หากรับประทานยาครบตามแพทย์สั่ง

Q2: วัณโรคเด็กอันตรายไหม?

A: อันตรายหากไม่ได้รับการรักษา โดยเฉพาะในเด็กเล็ก

Q3: วัณโรคเด็กป้องกันได้ไหม?

A: วัคซีน HPV สามารถลดความเสี่ยงของมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV เช่น มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งช่องปากและลำคอได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

 

 

มีคำถามเกี่ยวกับ วัณโรคในเด็ก  ?

สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ

 

 

 

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น

 

 

 

 

 

 



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์สุขภาพเด็ก

สถานที่

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2

เวลาทำการ

จ-อ : 8.30-20.00 ,พ-ส : 07.00-20.00 ,อา : 8.00-20.00

เบอร์ติดต่อ

(056) 000 111 ต่อ 500602

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

25 มีนาคม 2567

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์

เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ จะมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ทุกปี และมักจะรุนแรงมากขึ้น การผลิตวัคซีนจึงมีการพัฒนา เพื่อให้ครอบคลุมเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรค

25 มีนาคม 2567

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์

เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ จะมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ทุกปี และมักจะรุนแรงมากขึ้น การผลิตวัคซีนจึงมีการพัฒนา เพื่อให้ครอบคลุมเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรค

10 มีนาคม 2569

เด็กนอนกรนจากต่อมทอนซิลโต และต่อมอะดีนอยด์โต อันตรายแค่ไหน?

ทอนซิลและอะดีนอยด์โตในเด็กเป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะช่วงวัยอนุบาลถึงประถม แม้ส่วนใหญ่เกิดจากไวรัสและสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่หากมีอาการนอนกรนรุนแรง หยุดหายใจขณะหลับ หรืออักเสบบ่อยครั้ง การประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางเป็นสิ่งจำเป็น

10 มีนาคม 2569

เด็กนอนกรนจากต่อมทอนซิลโต และต่อมอะดีนอยด์โต อันตรายแค่ไหน?

ทอนซิลและอะดีนอยด์โตในเด็กเป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะช่วงวัยอนุบาลถึงประถม แม้ส่วนใหญ่เกิดจากไวรัสและสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่หากมีอาการนอนกรนรุนแรง หยุดหายใจขณะหลับ หรืออักเสบบ่อยครั้ง การประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางเป็นสิ่งจำเป็น

27 มกราคม 2569

ไวรัสอะดีโน อันตรายแค่ไหน รู้ทันอาการ การรักษา และการป้องกันในเด็ก

ไวรัสอะดีโน (Adenovirus) เป็นเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยในเด็ก และสามารถก่อโรคได้หลายระบบ ตั้งแต่อาการเล็กน้อยจนถึงภาวะรุนแรง การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรก การวินิจฉัยที่ถูกต้อง และการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและทำให้เด็กฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

27 มกราคม 2569

ไวรัสอะดีโน อันตรายแค่ไหน รู้ทันอาการ การรักษา และการป้องกันในเด็ก

ไวรัสอะดีโน (Adenovirus) เป็นเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยในเด็ก และสามารถก่อโรคได้หลายระบบ ตั้งแต่อาการเล็กน้อยจนถึงภาวะรุนแรง การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรก การวินิจฉัยที่ถูกต้อง และการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและทำให้เด็กฟื้นตัวได้เร็วขึ้น