Header

ฟื้นฟูหลังผ่าตัดข้อเข่า กายภาพบำบัดข้อเข่าเพื่อการเดินที่มั่นใจอีกครั้ง

09 ธันวาคม 2568

ฟื้นฟูหลังผ่าตัดข้อเข่า กายภาพบำบัดข้อเข่าเพื่อการเดินที่มั่นใจอีกครั้ง

     หลังการผ่าตัดข้อเข่าแน่นอนว่าทุกคนย่อมอยากที่กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ นอกจากการดูแลตัวเองตามที่แพทย์แนะนำแล้ว การฟื้นฟูทำกายภาพบำบัดหลังผ่าตัดก็มีส่วนสำคัญที่ส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้งานข้อเข่าอย่างปกติได้เร็วขึ้น

ซึ่งท่าบริหารหลังการผ่าตัดเข่าจำเป็นต้องเป็นท่าออกกำลังกายที่เหมาะสมในแต่ละช่วงของการผ่าตัด เนื่องจากยังมีอาการเจ็บปวดหลังการผ่าตัด เพื่อความปลอดภัยในการเคลื่อนไหว ซึ่งแพทย์และนักกายภาพบำบัดจะเป็นผู้เข้ามาดูแลผู้ป่วยหลังการผ่าตัดอย่างใกล้ชิด

ทำไม “ฟื้นฟูหลังผ่าตัดข้อเข่า” จึงสำคัญ

     หลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Knee Replacement Surgery) หลายคนอาจคิดว่าแค่พักฟื้นเฉย ๆ ก็เพียงพอ แต่ในความจริงแล้ว “การฟื้นฟูหลังผ่าตัดข้อเข่า” ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเดินได้อย่างมั่นคง มีแรง และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

การทำ กายภาพบำบัดข้อเข่า อย่างถูกวิธีช่วยให้

  • ลดอาการบวม ปวด และตึงหลังผ่าตัด
  • เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า
  • ป้องกันภาวะข้อเข่าติดหรือพังผืด
  • ฟื้นฟูการองศาการเคลื่อนไหวข้อเข่าให้กลับมาเป็นปกติ
  • ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความมั่นใจในการเดิน

ขั้นตอนการฟื้นฟูหลังผ่าตัดข้อเข่าอย่างเป็นระบบ                                                                                              

ระยะที่ 1: ช่วงหลังผ่าตัดทันที (1–3 วันแรก)

ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัด เพื่อลดอาการปวดและบวม เริ่มขยับข้อเข่าเบา ๆ และกระตุ้นกล้ามเนื้อรอบข้อ

  • ฝึกเกร็งกล้ามเนื้อต้นขา (Quadriceps setting)
  • ฝึกเหยียดงอข้อเข่าในท่านอน
  • ใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน เช่น Walker
  • ยกขาสูงและประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม

ระยะที่ 2: เริ่มกลับมาเคลื่อนไหว (สัปดาห์ที่ 1–4)

  • เพิ่มมุมการเหยียด–งอข้อเข่าให้มากขึ้น
  • ฝึกยืนและเดินระยะสั้นในร่ม
  • เริ่มทำกายภาพบำบัดข้อเข่าในน้ำ (Hydrotherapy) หากแพทย์แนะนำ
  • เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพก

ระยะที่ 3: ฟื้นฟูสมรรถภาพ (เดือนที่ 2–3)

  • ปั่นจักรยานเบา ๆ หรือเดินบนลู่วิ่ง
  • ฝึกทรงตัวและการเดินขึ้น–ลงบันได
  • เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อเข่าและกำลังกล้ามเนื้อ

ระยะที่ 4: กลับมาใช้ชีวิตปกติ (เดือนที่ 4 ขึ้นไป)

  • เดินได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วย
  • เริ่มทำกิจกรรมเบา ๆ เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือโยคะ
  • หลีกเลี่ยงการกระโดด วิ่ง หรือกีฬาที่ลงน้ำหนักมาก เพื่อถนอมข้อเข่าเทียมให้อยู่ได้นาน

กายภาพบำบัดและการประคบเย็นในช่วงแรกหลังการผ่าตัดข้อเข่า

     หลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ผู้ป่วยหลายรายอาจรู้สึกกังวลกับอาการปวด บวม  และตึงบริเวณข้อเข่า ซึ่งเป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงแรกของการฟื้นตัว การดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะการทำกายภาพบำบัดร่วมกับการประคบเย็น จะช่วยลดอาการไม่สุขสบายเหล่านี้ และส่งผลดีต่อกระบวนการฟื้นฟูในระยะยาว

การประคบเย็นช่วยลดอาการบวมและปวดหลังผ่าตัด

ในช่วง 1–2 วันแรกหลังการผ่าตัด ข้อเข่ามักเกิดอาการบวมและปวดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อ การประคบเย็นด้วยแผ่นประคบจะช่วยให้หลอดเลือดมีการหดตัวลดการไหลเวียนของเลือดบริเวณแผลผ่าตัด ทำให้อาการบวมและปวดลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ

กายภาพบำบัดในช่วงที่สามารถลุกนั่งได้แล้ว

เมื่อผ่านช่วงพักฟื้นระยะแรก และผู้ป่วยสามารถ ลุกนั่งบนเตียงได้ด้วยตนเอง ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการฟื้นฟูข้อเข่าให้กลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัดของ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ จะเริ่มแนะนำโปรแกรมกายภาพบำบัดเฉพาะบุคคล เพื่อเสริมความแข็งแรงของข้อเข่าและกล้ามเนื้อรอบ ๆ ให้พร้อมรองรับการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน

การบริหารข้อเข่าเมื่อสามารถลุกนั่งได้

     ผู้ป่วยจะเริ่มทำการบริหารข้อเข่าโดย การงอและเหยียดข้อเข่าทั้งสองข้างบนเตียง โดยเฉพาะขาข้างที่ผ่าตัด เพื่อให้ข้อเข่าค่อย ๆ ฟื้นคืนการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ การออกกำลังกายลักษณะนี้จะช่วย

  • ป้องกันการยึดติดของข้อเข่า (Knee Stiffness)
  • เพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า
  • ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
  • ลดอาการบวมและปวดได้ดีขึ้น

หัดเดินด้วยอุปกรณ์ช่วยเดิน 4 ขา (Walker)

     ในระยะฟื้นฟูต่อมา นักกายภาพบำบัดจะเริ่มให้ผู้ป่วย ฝึกยืนและเดินด้วยวอล์กเกอร์ โดยให้ยกวอล์กเกอร์มาด้านหน้าพอประมาณ 1ก้าว ถ่ายน้ำหนักไปที่ข้อมือทั้ง 2 ข้าง จากนั้นก้าวขาข้างที่ผ่าตัดตามด้วยขาข้างที่ดี  เพื่อความมั่นคงและปลอดภัย

* ในช่วงแรก ผู้ป่วยจะเริ่มฝึกเดินในห้องพัก แล้วค่อย ๆ เพิ่มระยะทาง เมื่อสามารถเดินได้มั่นคงดี จึงเริ่มฝึกการขึ้น–ลงบันได ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากนักกายภาพบำบัด โดยทั่วไป ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวจนเดินได้เองและกลับบ้านได้ภายใน 4–7 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและความพร้อมของแต่ละบุคคล

เมื่อกลับบ้านแล้ว…ควรปฏิบัติตัวอย่างไร

     เมื่อแพทย์อนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้าน สิ่งสำคัญคือการทำกายภาพอย่างต่อเนื่องโดยแพทย์และทีมนักกายภาพบำบัดจะให้คำแนะนำตามความเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้กล้ามเนื้อรอบข้อเข่าแข็งแรงขึ้น  เพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อขา และการเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อเข่าเทียมให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้งานข้อเข่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันให้ได้ ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรปฏิบัติตนตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัดอย่างเคร่งครัด

เคล็ดลับดูแลตัวเองหลังผ่าตัดข้อเข่าเทียม

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และนักกายภาพบำบัดอย่างเคร่งครัด
  • หมั่นทำกายภาพบำบัดข้อเข่าเป็นประจำทุกวัน
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม เพื่อลดแรงกดที่ข้อเข่า
  • หลีกเลี่ยงการนั่งพับเพียบ นั่งยอง หรือขึ้นลงบันไดบ่อย
  • หากมีอาการปวด บวม หรือรอยแดงมาก ควรรีบพบแพทย์ทันที

 

 

 

 

 

 
 

เราเข้าใจดีว่าทุกการฟื้นฟูคือ “การเริ่มต้นใหม่ของชีวิต”ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านข้อเข่าและกายภาพบำบัดมืออาชีพ พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย เราพร้อมดูแลคุณตั้งแต่ก้าวแรกของการฟื้นตัวจนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ


โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ มีความพร้อมที่จะให้คำปรึกษาและดูแลผู้ป่วยและวิธีการรักษาอื่นๆ อย่างครบวงจร

 ขอคำปรึกษา คลิก

 

 

 

 

 

มีคำถามเกี่ยวกับ ฟื้นฟูหลังผ่าตัดข้อเข่า?

สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ
 


 


 

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น

 

 

 

 

 



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกกายภาพบำบัด

สถานที่

ชั้น 3

เวลาทำการ

ทุกวัน : 08.00-20.00

เบอร์ติดต่อ

(056) 000 111 ต่อ 511301 ,511302

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

20 มีนาคม 2569

กายภาพบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ ช่วยลดการหกล้มได้จริงไหม?

กายภาพบำบัดคือกุญแจสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุ การหกล้มไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในวัยนี้ แต่สามารถ “ป้องกันได้” หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม กายภาพบำบัดจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้สูงอายุเคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้นได้ดีขึ้น ลดโอกาสการล้มความเสี่ยงในการล้ม และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ พร้อมทั้งมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

20 มีนาคม 2569

กายภาพบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ ช่วยลดการหกล้มได้จริงไหม?

กายภาพบำบัดคือกุญแจสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุ การหกล้มไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในวัยนี้ แต่สามารถ “ป้องกันได้” หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม กายภาพบำบัดจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้สูงอายุเคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้นได้ดีขึ้น ลดโอกาสการล้มความเสี่ยงในการล้ม และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ พร้อมทั้งมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

14 พฤศจิกายน 2568

ทำไมต้องกายภาพบำบัดหลังการผ่าตัด

เชื่อว่าหลายคนอาจเข้าใจว่า หลังจากเข้ารับการผ่าตัดแล้วสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือทำงานต่อได้ทันที แต่ในความเป็นจริงแล้ว ร่างกายของเรายังต้องการ “ช่วงเวลาแห่งการพักฟื้น” เพื่อให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง

14 พฤศจิกายน 2568

ทำไมต้องกายภาพบำบัดหลังการผ่าตัด

เชื่อว่าหลายคนอาจเข้าใจว่า หลังจากเข้ารับการผ่าตัดแล้วสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือทำงานต่อได้ทันที แต่ในความเป็นจริงแล้ว ร่างกายของเรายังต้องการ “ช่วงเวลาแห่งการพักฟื้น” เพื่อให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง

20 มีนาคม 2569

ปวดคอบ่าเรื้อรัง (ออฟฟิศซินโดรม) แก้ได้ด้วยกายภาพบำบัด

อาการ ปวดคอบ่าเรื้อรัง (ออฟฟิศซินโดรม) ไม่ใช่เรื่องเล็ก หากปล่อยไว้อาจพัฒนาเป็นโรคเรื้อรังที่รักษายาก การรักษาที่ได้ผลควรเป็นการดูแลแบบองค์รวม ตั้งแต่การวินิจฉัยหาสาเหตุ การรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ และการฟื้นฟูกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี

20 มีนาคม 2569

ปวดคอบ่าเรื้อรัง (ออฟฟิศซินโดรม) แก้ได้ด้วยกายภาพบำบัด

อาการ ปวดคอบ่าเรื้อรัง (ออฟฟิศซินโดรม) ไม่ใช่เรื่องเล็ก หากปล่อยไว้อาจพัฒนาเป็นโรคเรื้อรังที่รักษายาก การรักษาที่ได้ผลควรเป็นการดูแลแบบองค์รวม ตั้งแต่การวินิจฉัยหาสาเหตุ การรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ และการฟื้นฟูกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี